TUBI - Thammasat University Business Incubator
ความเป็นมา
หลักการและเหตุผล
วัตถุประสงค์และกลุ่มเป้าหมาย
โครงสร้างของหน่วย
การให้บริการของหน่วย
การสมัครเข้าร่วมบ่มเพาะธุรกิจ
ผลงานที่ผ่านมา
รวมลิงค์ผู้ประกอบการ
VDO CLIP
Knowledge
ที่อยู่, E-mail
แผนที่
กลับไปหน้าแรก
กลยุทธ์การบริหารการเปลี่ยนแปลง (Change Management)
การบริหารการเปลี่ยนแปลงเป็นเรื่องที่มีการพูดกันมามาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อประธานาธิบดีคนใหม่ของสหรัฐอเมริกาได้ใช้เรื่อง “Change” มาเป็นหัวใจของการหาเสียง ยิ่งทำให้กลายเป็นเรื่องที่คนทั้งหลายต้องการค้นหาถึงแก่นแท้ของการกระตุ้นให้เกิดการเปลี่ยนแปลงรวมถึงวิธีการจัดการกับการเปลี่ยนแปลง เนื้อหาของบทความนี้ได้มาจากการผสมกลมกลืน ระหว่างเหตุการณ์หรือประสบการณ์ที่ได้เกิดขึ้นจริง บวกกับแนวความคิดในเชิงทฤษฎีที่ได้จากการค้นคว้าวิจัยของผู้เชี่ยวชาญ ในเรื่องการบริหารการเปลี่ยนแปลงโดยมีสาระสำคัญ ดังนี้ 1. ความเชื่อเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลง 2. การสร้างความตระหนักของการเปลี่ยนแปลง (Sense of Urgency) 3. กลเม็ดการบริหารการเปลี่ยนแปลง 4. การทำให้การเปลี่ยนแปลงกลายเป็นสถาบัน เสมือนว่าเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตของบุคลากรในองค์กร เราจะมาเริ่มที่ความเชื่อต่างๆ เกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงมีความเชื่อกันว่าการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นตลอดเวลาทั้งที่เรารู้ตัว และไม่รู้ตัว ดังนั้น Sense of Urgency จึงเป็นเรื่องสำคัญ หากผู้นำหรือบุคลากรในองค์กรไม่มี Sense of Urgency จะทำให้องค์กรต้องประสบกับความยากลำบาก เนื่องจากไม่ได้เตรียมความพร้อมไว้รับมือกับการเปลี่ยนแปลง บ่อยครั้งอาจทำให้องค์กรต้องล่มสลายไป เพราะว่ากว่าจะรู้ตัวว่ามีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้น ก็ถึงขั้นวิกฤตจนไม่สามารถเยียวยาได้ทันระดับของการขาด Sense of Urgency ของคนในองค์กรมีความสัมพันธ์กับเรื่องความยาก-ง่ายของการบริหารการเปลี่ยนแปลงในองค์กร และค่าใช้จ่ายที่เกิดตามมา ดังนี้ สถานการณ์ การเปลี่ยนแปลง ค่าใช้จ่าย หรือ ความเสียหายที่เกิดขึ้น * เกิดวิกฤตแล้ว * ทำได้ง่าย * เกิดความเสียหายและมีค่าใช้จ่ายสูง * กำลังจะเกิดวิกฤต * ทำได้ค่อนข้างง่าย * เกิดความเสียหายและมีค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง * ป้องกันไม่ให้เกิดวิกฤต * ทำได้ยากมาก (โดยเฉพาะคนที่ยังไม่เห็นความจำเป็น) * เกิดความเสียหายและมีค่าใช้จ่ายบ้าง ดังนั้น หากเรามีความเชื่อว่าการเปลี่ยนแปลงจะเกิดขึ้นตลอดเวลา เราจึงต้องมีวิธีการในการสร้าง Sense of Urgency ให้เกิดขึ้นในองค์กรมีความเชื่อว่า ถ้าต้องการผลที่แตกต่าง ต้องไม่ใช้วิธีการหรือแบบเดิมๆ เพราะมันเป็นไปไม่ได้เลย ถ้าเราใช้ทุกอย่างไม่ว่าวิธีคิด วิธีทำ หรือทรัพยากรอื่นๆที่เกี่ยวข้องเหมือนเดิมหมด แล้วต้องการให้เกิดผลที่แตกต่างไปจากเดิม หลายคนมีความเชื่อว่าต้องสร้างการเปลี่ยนแปลงให้เกิดขึ้น แม้องค์กรจะอยู่ในสถานการณ์ที่ดีอยู่แล้วก็ตาม เพราะมั่นใจว่ามันคงจะต้องมีอะไรที่ดีกว่าเดิม และเป็นการแสดงให้คนในองค์กรได้เห็น และเชื่อว่าการเปลี่ยนแปลงจะเกิดขึ้นตลอดเวลา แม้ในสภาวการณ์ที่ดีไม่มีวิกฤตก็ต้องมีการเปลี่ยนแปลงเพื่อไปสู่จุดที่ดีกว่ามีความเชื่อว่าแต่ละบุคคลมีดินแดนแห่งความผาสุกของตนเอง (Comfort Zone) ใหญ่บ้าง เล็กบ้างแตกต่างกันไปตามประสบการณ์ หรือการสั่งสมทางสังคม เมื่อมีอะไรเกิดขึ้นนอก Comfort Zone ก็มักจะมีการต่อต้าน ไม่ได้รับการยอมรับ เนื่องจากไม่คุ้นเคยและกลัวว่าอาจจะเกิดผลที่ไม่ดีตามมา ถ้าหากมาทำเรื่องต่างๆ ที่อยู่นอก Comfort Zone ดังนั้นได้มีความพยายามที่จะขยาย Comfort Zone ของบุคคลให้กว้างขึ้น ใหญ่ขึ้นมากเท่าที่จะทำได้ เพื่อว่าอะไรก็ตามที่เกิดขึ้นมามันจะอยู่ใน Comfort Zone ซึ่งแปลว่าจะไม่มีการต่อต้านหรือไม่มีความรู้สึกที่ไม่ดีต่อสิ่งใหม่ๆ ที่เกิดขึ้น การขยาย Comfort Zone ได้มีการใช้แนวความคิดที่ว่า คนเรามีสัญชาตญาณของความอยู่รอด จะพยายามปรับตัวเองให้เข้ากับสิ่งเร้าหรือสภาพแวดล้อมใหม่ๆ จนสามารถที่จะมีชีวิตอยู่รอดได้ในสภาวะแวดล้อมใหม่ ดังนั้นหลายๆ องค์กรจึงใช้ยุทธวิธี กำหนดให้บุคลากรในองค์กรได้มีโอกาสทำงานที่ท้าทายมากขึ้น ทำงานใหม่ๆ มากขึ้นสิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องที่อยู่นอก Comfort Zone แต่ก็ไม่ใช่อยู่ห่างจาก Comfort Zone มากเสียจนกระทั่งคนในองค์กรไม่สามารถทำให้เกิดผลสำเร็จได้ วิธีการทำเช่นนี้ก็เป็นวิธีการหนึ่งในการช่วยขยาย Comfort Zone ของบุคลากรในองค์กร ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการดำเนินชีวิตของคนของเราด้วย เพราะไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น มันจะอยู่ภายใน Comfort Zone ที่ไม่สร้างความกังวลในเรื่องใหม่ๆ ที่เกิดขึ้นมีความเชื่อว่า เราควรจะเปลี่ยนตัวเราเองก่อนจะดีกว่าที่จะให้คนอื่นมาเปลี่ยนเรา เพราะถ้าเป็นเช่นนี้เราจะมีความรู้สึกเจ็บปวด เพราะไม่มีโอกาส เลือกในสิ่งที่เราอยากจะเป็น ? มีความเชื่อว่า บ่อยครั้งเราไปฝืนการเปลี่ยนแปลงไม่ได้ เช่นเดียวกับเรือใบที่จะต้องชักใบเรือให้ไปตามลม หากไปฝืนจะทำให้เรือล่มและอัปปางลงอย่างแน่นอน เรื่องนี้เป็นสัจธรรมที่บอกกล่าวกับคนทั้งหลายว่า ไม่ควรไปฝืนการเปลี่ยนแปลง ไม่มีประโยชน์และจะทำให้เราเสียหาย ความเชื่อเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงดังที่กล่าวมานั้น พอสรุปได้ว่า การเปลี่ยนแปลงเป็นเรื่องสำคัญที่เกิดขึ้นเองโดยธรรมชาติในทุกขณะ เพราะฉะนั้นจึงต้องมาหาวิธีในการบริหารการเปลี่ยนแปลง เพื่อให้การเปลี่ยนแปลงได้ส่งผลดีแก่เรา แทนที่จะกลายเป็นผลร้ายที่ทำความเสียหายให้แก่เรา
Update:
31 สิงหาคม 2553
© Copyright 2008 TUBI. All Rights Reserved.
Created By ::clickyourweb